ข้อเสนอแนะ: ผลการพูดคุย สันติภาพปาตานี/สันติสุขชายแดนใต้ ล่าสุด

ข้อเสนอแนะ: ผลการพูดคุย สันติภาพปาตานี/สันติสุขชายแดนใต้ ล่าสุด 

 อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการเจรจาสันติภาพและข้อเสนอทางออกทางการเมืองในจังหวัดชายแดนใต้

สามารถเห็นต่าง เห็นแย้ง เห็นค้านดังเป็นข่าวดัง ได้(ทั้งอดีตนายทหารใหญ่ดูแลความมั่นคงเช่นพล.อ.อกนิษฐ์ หมิ่นสวัสดิ์ อดีตผู้อำนวยการกองข่าว กองทัพภาคที่ 4, นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองเลขาธิการสำนักข่าวกรองแห่งชาติและนักวิชาการเมืองกรุงชื่อดัง อย่าง ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข) เพราะมันเป็นธรรมชาติของกระบวนการสันติภาพ ดั่งที่นายรอมฎอน ปันจอร์ กมธ.สันติภาพชายแดนใต้ กล่าวว่า “ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ และอยู่ระหว่างการแปลงข้อตกลงมาสู่แผน JCPP ไม่แปลกที่จะมีเสียงที่เห็นต่าง หรือมีการตั้งแง่สงสัย เพราะกำลังก้าวไปสู่การปฏิบัติ และเป็นเรื่องใหม่ที่สังคมไทยไม่เคยเจอ ไม่แปลกที่จะเห็นความกังวลจากหลายฝ่าย ซึ่งคิดว่าทุกความเห็นมีความสำคัญ และเป็นประโยชน์กับรัฐบาลไทย ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของการเจรจา แต่เรื่องใหญ่คือความเห็นต่างในสังคมไทย เราจะจัดการความแตกต่างแบบนี้ไม่ได้ ถ้าเราไม่นั่งคุยกัน” นายรอมฎอน กล่าว และว่านี่เป็นจังหวะที่ดีที่นายกรัฐมนตรีลงไปภาคใต้ในช่วงปลายเดือน ก.พ. เป็นโอกาสที่จะพูดส่งสัญญาณสนับสนุนการแสวงหาทางออกโดยไม่ใช้กำลัง และเปิดใจเปิดพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนต่างๆโดยเฉพาะคู่สนทนากับรัฐบาลไทย”
อีกทั้งสอดคล้องกับข้อเสนอถึงรัฐบาลเกี่ยวกับกระบวนการสร้างสันติภาพชายแดนภาคใต้ของ

กมธ.สันติภาพชายแดนใต้ฯ ซึ่งมีท่านจาตุรนต์ ฉายแสงเป็นประธานโดยกล่าวว่า

.
“ผมในฐานะประธาน กมธ.สันติภาพชายแดนใต้ฯ ได้เชิญหัวหน้าและตัวแทนคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้มาชี้แจงข้อมูลเมื่อวันที่ 28 กพ. 2567 หลังจากได้รับฟังข้อมูลของคณะพูดคุยฯ แล้ว ทางกมธ. มีความเห็นต่อทิศทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ดังต่อไปนี้ 
.
1. คณะกมธ. ได้รับฟังจากคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าคณะพูดคุยฯ มีความยินดีในการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายและข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้และเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย   หากเราพิจารณากระบวนการสันติภาพในพื้นที่ความขัดแย้งอื่นๆ ทั่วโลก จะเห็นได้ว่าการเจรจาสันติภาพเป็นกลไกสำคัญของกระบวนการสร้างสันติภาพ ซึ่งย่อมเป็นพื้นที่สำหรับการความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายและเป็นพื้นที่สำหรับการแสวงหาฉันทามติร่วมเพื่อนำไปสู่สันติภาพ   โดยกมธ. วิสามัญฯ กระบวนการสันติภาพเชื่อว่าทุกฝ่ายต่างมีเจตนาที่ดีในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
.
2. คณะกมธ. ขอสนับสนุนการพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการที่กำลังดำเนินการอยู่   การพูดคุยสันติภาพเป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญในการสร้างสันติภาพที่จะนำมาสู่การคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งรุนแรง    การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนนั้น  เราไม่สามารถจะบรรลุความมุ่งหมายนี้ด้วยการยุติความรุนแรงในทางกายภาพเท่านั้น  แต่เราจำเป็นที่จะต้องจัดการที่รากเหง้าของปัญหาในลักษณะเป็นองค์รวม เช่น การไม่เข้าใจความหลากหลายทางอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของคนในพื้นที่   ความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมทางสังคม  การขาดการมีส่วนร่วมในการปกครองของประชาชน การจัดการทรัพยากรและมีส่วนในการจัดระบบการศึกษาที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเอง  เรื่องเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสร้างความสงบสุขและสันติภาพที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้    ซึ่งสันติภาพที่ยั่งยืนนี้เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาทางสังคม  เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวด้วย 
.
3. คณะกมธ. มีความเห็นว่ารัฐบาลควรมีเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่และควรระดมสรรพกำลังเพื่อสร้างกลไกมาสนับสนุนกระบวนการสันติภาพในชายแดนใต้บนพื้นฐานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  เพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์ในการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่ท้ายที่สุดแล้วจะเป็นประโยชน์ร่วมกันของคนทั้งประเทศ”

ในขณะที่ในเวทีเสวนากระบวนการสันติภาพชายแดนใต้ เมื่อ 24 กุมภาพันธ์2567 ที่ปัตตานี(ผู้เขียนร่วมด้วย) ได้ตั้งข้อสังเกตว่า “กระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา เป็นกระบวนการในระดับชนชั้นนำเท่านั้นและยังขาดกลไกที่ชัดเจนสำหรับการมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ แม้ว่าที่ผ่านมาจะเข้าใจได้ว่ายังเป็นกระบวนการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและกำหนดประเด็นการเจรจามากกว่า ในห้วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเดินหน้าการพูดคุยในกรอบ JCPP จึงเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่จะได้เชิญกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ มาระดมสมองถึงรูปแบบของการมีส่วนร่วมในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ กรอบประเด็นสารัตถะที่จะสื่อสารไปขังโต๊ะเจรจา รวมไ ปถึงการสร้างความปลอดภัยในการพูดคุยสันติภาพด้วยพลวัตของกระบวนการพูดคุยสันติภาพที่เกิดขึ้น เพื่อผลประประโยชน์จะตกกับประชาชนส่วนใหญ่ในที่สุดมิใช่ตกเป็นของคู่ขัดแย้ง”
   สำหรับผู้เขียนแล้วเสนอว่า มหาวิทยาลัยทั้งในและนอกพื้นที่รวมทั้งภาคประชาสังคมควรเป็นองค์กลางโดยเฉพาะจัดเวที “Public Consultation”กระบวนการสันติภาพปาตานี/สันติสุขชายแดนใต้

"การปรึกษาหารือสาธารณะ" (Public Consultation) เป็นหนึ่งใน 3 ประเด็นสำคัญที่นำไปสู่สันติภาพตาม "แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติภาพแบบองค์รวม" หรือ Joint Comprehensive Plan towards Peace (JCPP) ที่ได้รับความเห็นชอบรวมกันของคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้&ผู้เห็นต่างที่ KLผลประประโยชน์จะตกกับประชาชนส่วนใหญ่ในที่สุดมิใช่ตกเป็นของคู่ขัดแย้งโดยอาจจะให้อยู่ภายใต้รัฐสภา ที่มาจากประชาชนซึ่งมีความชอบธรรมทางการเมืองมากที่สุด

นอกจากนี้ อยากเสนอให้รัฐสภามีกลไกในการติดตามกระบวนการ พูดคุย/เจรจาเพื่อสันติภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น มอบหมายให้เป็นภารกิจของคณะกรรมาธิการสามัญคณะใด คณะหนึ่ง ตั้งคณะกรรมการสามัญขึ้นใหม่อีกหนึ่งคณะต่อจากคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือใช้กลไกสำนักประธานสภาผู้แทนราษฎร 
ล่าสุดสภาผู้แทนราษฏรจากทุกพรรคร่วมใจรับหลักการ “ยกเลิกคำสั่ง คสช.” แก้ปัญหาชายแดนใต้ จากนั้นได้ตั้ง กมธ.วิสามัญฯ จำนวน 31 คน มีคนชายแดนใต้เป็นกมธ.เพียบ

ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการสันติภาพที่เคยขอให้เร่งรัดนำญัตติร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 14/2559 เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 4 เมษายน พุทธศักราช 2559 พ.ศ. .... มาเป็นวาระเร่งด่วน โดย พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 กำหนดให้มี "สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้" ซึ่งมาจากการเลือกตัวแทนของประชาชนแต่ละกลุ่ม มีบทบาทสำคัญคือ ให้คำปรึกษาโดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี รวมถึงตรวจสอบและประเมินการทำงานของหน่วยงานรัฐ และมีอำนาจในการหาข้อเท็จจริงเพื่อช่วยขจัดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนได้ในหลายเหตุการณ์ แต่คำสั่ง คสช.ที่ 14/2559 ได้ให้ คณะกรรมการที่ปรึกษาฯมาทำหน้าที่แทนสภาที่ปรึกษาฯ แต่มีบทบาทเพียงให้คำปรึกษาเมื่อนายกรัฐมนตรีต้องการเท่านั้น คำสั่งนี้จึงเป็นการตัดทอนกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ และลดบทบาทหน่วยงานพลเรือนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการแก้ปัญหาชายแดนใต้เริ่มใช้แนวทางการเมืองนำการทหาร

นอกจากนี้นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.สันติภาพ)เสนออีก 6 ข้อเร่งด่วนโดยท่านเปิดเผยว่า 

“จากการรับฟังทำให้คณะกรรมาธิการฯ ได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์ เพื่อสานต่อภารกิจจัดทำข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบ แต่ก็ยังพบว่ามีปัญหาเร่งด่วนที่คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่า รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาที่กำลังก่อตัว และอาจส่งผลเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศที่ทุกฝ่ายกำลังพยายามขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดสันติภาพขึ้นในชายแดนใต้ คณะกรรมาธิการฯ จึงมีข้อเสนอเร่งด่วนต่อรัฐบาลดังต่อไปนี้

ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญและภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีความรู้และประสบการณ์มาให้ข้อมูล  รวมถึงการลงพื้นที่เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งและกระบวนการสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ จังหวัดปัตตานี เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา 

ทำให้พบว่ามีปัญหาเร่งด่วนที่คณะกรรมาธิการเห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาที่กำลังก่อตัวและอาจส่งผลในการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งเพิ่มขึ้น  ซึ่งไม่เป็นผลดีอย่างยิ่งต่อบรรยากาศที่ทุกฝ่ายกำลังพยายามขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดสันติภาพขึ้นในภาคใต้ โดยคณะกรรมาธิการมีข้อเสนอเร่งด่วนต่อรัฐบาลเช่น 
.

.-การพิจารณากำหนดนโยบายการดำเนินคดีกับนักกิจกรรมทางการเมืองและสังคมจะต้องมีการดำเนินการอย่างรอบคอบและได้สัดส่วนกับพฤติการณ์ 
 เพื่อจำกัดขอบเขตของผลกระทบที่จะเกิดต่อบรรยากาศการสร้างความร่วมมือของภาคประชาชน และไม่ส่งผลเสียต่อความพยายามของทุกภาคส่วนในการร่วมกันสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนใต้  รวมไปถึงการขับเคลื่อนของรัฐบาลและรัฐสภา
.-การพิจารณาจัดสรรงบประมาณใน “แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในเชิงนโยบายโดยมีภารกิจสร้างสันติภาพสันติสุขเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา

.-การเยียวยาบุคคลที่สามฝ่ายไม่รับรองให้ได้รับการดูแลและมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต

.-ขอให้เจ้าหน้าที่ยุติการบังคับตรวจสารพันธุกรรม (DNA) ในเด็ก โดยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต้องทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก

.
-การขอผ่อนผันเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) ของภาคธุรกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้

การปรับเปลี่ยนนโยบายอย่างฉับพลันอาจจะส่งผลเสียต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยรวมในสภาวะที่ความขัดแย้งรุนแรงยังไม่จบ  รัฐจำเป็นจะต้องประคับประคองให้ผู้ประกอบการในพื้นที่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้   รัฐจึงควรพิจารณาผ่อนผันการคืนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำโดยให้มีระยะเวลาการคืนเงินยาวขึ้นและกำหนดแนวทางการชำระเงินกู้ให้สอดคล้องกับความสามารถของผู้ประกอบการเพื่อให้นักธุรกิจในพื้นที่สามารถปรับตัวและยังคงสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้   ส่วนปัญหาการใช้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในกิจกรรมที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์นั้น รัฐควรพิจารณายับยั้งเป็นกรณีๆ ไป  แต่ไม่ควรนำเอาประเด็นนี้เป็นเงื่อนไขในการวางกฎเกณฑ์ที่จะส่งผลกระทบในภาพรวม  
.
-ขอให้วางระบบเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและการบูรณาการของหน่วยงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสอดคล้องประสานกันและมีฝ่ายบริหารที่กำกับดูแลอย่างชัดเจนเพื่อให้มีเอกภาพในเชิงนโยบาย

ในปัจจุบันหน่วยงานสำคัญในการกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.),กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) แต่ทั้งสามหน่วยงานนี้ยังไม่มีกลไกประสานงานที่เป็นระบบและทำให้การบูรณาการร่วมกันยังมิสามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง ในปัจจุบันนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแล กอ.รมน. และสมช. ส่วนศอ.บต. อยู่ภายใต้การกำกับของรองนายกรัฐมนตรี  การไม่มีผู้รับผิดชอบหลักคนใดคนหนึ่งและภารกิจสำคัญยังคงอยู่ในการดูแลของนายกรัฐมนตรีซึ่งมีภารกิจหลายด้านทำให้งานด้านการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีเจ้าภาพหลักและทำให้การสร้างเอกภาพในการทำงานของรัฐเกิดขึ้นได้ยาก”
หมายเหตุอ่านบทความก่อนหน้านี้เพื่อเชื่อมบทความนี้ในhttps://www.matichonweekly.com/column/article_750371?fbclid=IwAR06QViUaO4ZZZLY4_WepD7-WNFGvsdHPe20p8HtdicP9d4iao9Es7euvnc_aem_AVUrwe5G10O0_3uxqR9h486W10tjV3aTRB3b8dyhMBuUHy9GQevy0mGwhjQWkk2mlUw

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผู้ว่านราฯ รองมทภ.4 ประชาชนเปิดงานสัมผัสแสงแห่งแรก ตากใบ ประเทศไทย ศักราชปี 69

แจงความคืบหน้าเหตุคนร้ายก่อเหตุปล้นร้านทองกลางห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กองทัพไทย รักษาอธิปไตย สู้เขมรรุกราน พร้อมสนับสนุนนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร คงดำรงตำแหน่งต่อไป ผรท.ย้ำชัด นายกแพทองธาร มีความจริงใจแก้ปัญหาไฟใต้