ศุภชัย ใจเด็ด’ และ ‘เอเลียส ดอเลาะ’ ดาวเด่นเอเชี่ยนคัพกับอนาคตฟุตบอลชายแดนใต้
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
‘ศุภชัย ใจเด็ด’ และ ‘เอเลียส ดอเลาะ’ 2 นักเตะดาวเด่น จากชายแดนใต้ในศึกเอเชียนคัพที่ประเทศกาตาร์ คนหนึ่งเป็นกองหน้ากับผลงานสองประตู หนึ่งแอสซิส อีกคนเป็นกองหลังแกร่งดั่งภูผาหิน ส่งผลให้ไม่เสียประตูในรอบแรกเก็บกรีนชีสได้ที่สำคัญสุดกำลังเป็นกระเเสส่งผลโดยตรงต่ออนาคตฟุตบอลชายแดนใต้ในอนาคตก็ว่าได้
2 ประตูในจารึกแห่งชัยชนะ ทีมชาติไทยเชื้อสายมลายู ก่อนเอเชี่ยนคัพ
ก่อนหน้านี้ฟุตบอลชิงแชมป์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2564 เป็นครั้งที่ต้องจารึกว่าคนทำ 2 ประตูให้ทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติสิงคโปร์คาบ้านเป็นลูกยิงจากฝีเท้าเด็กหนุ่มเชื้อสายมลายูมุสลิมชายแดนใต้ทั้งคู่ ทั้ง ‘เอเลียส ดอเลาะ’ (มุสลิมจะอ่านว่า อิลยาส อับดุลลอฮ์)ลูกครึ่งไทย(พ่อมาจากนราธิวาสเดิม)-สวีเดน ส่วนศุภชัย ใจเด็ด เป็นชาวปัตตานี” ซึ่งสื่อดังมาเลเซียออกมาเปิดเผยยกย่องว่า เป็นคนไทยเชื้อสายมลายู (Supachai dilahirkan di Pattani dan antara pemain berbangsa Melayu yang disenaraikan Masatada Ishii ke Qatar kali ini.
https://www.sinarharian.com.my/article/644787/berita/sukan/anak-melayu-sumbat-dua-gol-buat-thailand)
.
.
.
อนาคตฟุตบอลชายแดนใต้
สำหรับวิถีลูกหนังของศุภชัย ใจเด็ดไม่ต่างเด็กชายจากภูธรอื่นๆ หากต้องการเอาดีด้านนี้ให้ถึงที่สุด ก็ต้องเข้ามาล่าฝันในเมืองหลวง โดยเฉพาะ
.
การได้เล่นในโรงเรียนดัง เพื่อต่อยอดฟุตบอลอาชีพปัจจุบัน ทำให้ศุภชัยต้องขึ้นรถไฟจากปัตตานีเช่นเดียวกับนักฟุตบอลรุ่นก่อน ซึ่งสุดท้ายเขาคัดติดทีม ‘สิงห์เอกมัย’ โรงเรียนปทุมคงคา โลกใบใหม่ที่เขาเกือบถอดใจ เพราะมาตรฐานฟุตบอลที่สูงกว่าสมัยวิ่งไล่เตะกับเพื่อน ๆ ที่ปัตตานี แต่ศุภชัยก็กัดฟันสู้จนจบการศึกษา ทั้งได้รับการสนับสนุนจาก ‘โค้ชโต่ย’ ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ที่มองเห็นแววเด็กหนุ่มร่างผอมสูง ทำให้ศุภชัยได้สัญญาอาชีพแรกจากสโมสรโอสถสภา ก่อนจะย้ายมาสร้างชื่อกับสโมสรใหญ่อย่างบุรีรัมย์ยูไนเต็ดถึงปัจจุบัน
.
.
ส่วน ‘เอลเลียส ดอเลาะ’ เป็นลูกชายของคุณพ่อชาวนราธิวาส ‘อิสมาแอล ดอเลาะ’ เชื้อสายมลายู(ซึ่งคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่น้อยไปทำงานที่สวีเดน)กับคุณแม่ชาวสวีเดน
ซึ่งเอเลียส (อิลยาส) ดอเลาะสมัยเด็ก ๆ เขามาเติบโตและเรียนหนังสือช่วงสั้น ๆ ที่นราธิวาสก่อนย้ายกลับไปสวีเดน และเริ่มต้นชีวิตนักฟุตบอลกับทีมอคาเดมี่ของสโมสรคาลบี้ ก่อนที่แมวมองของสโมสรลุนด์ส บีเค (Lunds BK) ทีมในดิวิชั่น 1 ลีกรองของสวีเดนดึงตัวไปร่วมทีม ซึ่งเป็นนักเตะระดับเยาวชนเพียงคนเดียวที่สโมสรซื้อตัวในปีนั้น พร้อมกับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมเยาวชนของสโมสร โดยเอเลียสนำทีมเยาวชนของลุนด์ส บีเค คว้าแชมป์ลีกเยาวชนได้ในที่สุด
.
เอเลียสบอกผ่านเว็บไซต์ Main Stand เอาไว้
ว่า สมัยเป็นนักฟุตบอลเยาวชน เมื่อมีการเปลี่ยนโค้ช เขาก็ถูกโค้ชใหม่จับไปเล่นหลายตำแหน่ง ทั้งกองหน้า กองกลาง และกองหลัง เขาเองที่มีรูปร่างสูงใหญ่ แต่ยังไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าที่ตำแหน่งไหนได้ดีที่สุด เอเลียสบอกอีกว่า ตัวเขาเองไม่ใช่นักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์ จึงต้องใช้พรแสวงอย่างมากเพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเอง
ฤดูกาล 2013 - 2014 เอเลียสถูกดันให้ขึ้นไปเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของสโมสรเป็นครั้งแรก เขาเล่นกับสโมสรแห่งนี้ 2 ฤดูกาล 21 นัด ยิงไป 2 ประตู และใช้เวลาปิดฤดูกาล เดินทางพร้อมกับครอบครัวกลับมาเยี่ยมญาติที่นราธิวาส แต่การเดินทางครั้งนั้นเป็นการพลิกชีวิตของเด็กหนุ่มร่างสูงโย่ง 196 เซนติเมตรอย่างแท้จริง เมื่อเขาต้องการหาที่ฝึกซ้อมเพื่อรักษาสภาพความฟิต จนพบทีมสงขลา ยูไนเต็ด ทีมระดับดิวิชั่น 1 เขาจึงให้คุณพ่อมาติดต่อขอซ้อมฟุตบอลด้วย ก่อนที่เขาจะติดใจบรรยากาศของจังหวัดสงขลา และโชว์ฝีเท้าได้ดี จึงได้รับการทาบทามให้เซ็นสัญญากับทีมวัวชนแดนใต้ แต่เอเลียสที่ยังติดสัญญากับลุนด์ส บีเค อีก 1 ฤดูกาล ขอกลับไปเล่นฟุตบอลที่สวีเดนและเดินทางกลับมาร่วมทีมกับสงขลา ยูไนเต็ดในที่สุด เอเลียสใช้เวลาไม่นานก็พัฒนาฝีเท้าจนได้ย้ายข้ามชั้นสู่ทีมใหญ่ในไทยลีกอย่างการท่าเรือไทยและล่าสุดปี 2023 ได้ไป บาหลี ยูไนเต็ด ทีมแกร่งแห่งศึกลีก้า 1 หรือศึกอินโดนีเซีย ซูเปอร์ลีก ดีกรีแชมป์ลีกสูงสุดแดนอิเหนา 2 สมัยปี 2019, 2021-22 ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันอังคารที่ 6 มิ.ย. 2566 (2023)ที่ผ่านมาท่ามกลางแฟนบอลที่เข้ามาชมในสนามกว่า 1.8 หมื่นคน
ในขณะที่ต้นเดือนมกราคม 2567 น้ำท่วมชายแดนใต้โดยเฉพาะนราธิวาสบ้านเอเลียส ดอเลาะ เขาได้ประมูลเสื้อทีมชาติไทย เพื่อนำเงินจากการประมูล ไปช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดนราธิวาสบ้านเกิด ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยที่ผ่านมา ซึ่งเสื้อนี้เป็นเสื้อแมตช์วอน(ใช้แข่งลงสนาม) ของเขาซึ่งเป็นนัดทีมชาติไทยอุ่นเครื่องกับญี่ปุ่น มีพร้อมลายเซ็นนักเตะ 26 คนที่เดินทางไปชิงแชมป์เอเชียที่กาตาร์
.
.
ทั้งศุภชัย ทั้งเอเลียส แม้จะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติที่มีเชื้อสายมลายูชายแดนใต้ทั้งคู่ แต่ที่มาแตกต่างกัน อย่างที่กล่าวข้างต้นว่า ศุภชัยเริ่มต้นเตะฟุตบอลด้วยความหลงใหลส่วนตัว แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบแต่แรก ต้องใช้โอกาสหลายชั้นกว่าเขาจะค้นพบเส้นทางการเล่นฟุตบอลที่ถูกต้องและเป็นระบบ ขณะที่เอเลียส นอกจากการเกิดในครอบครัวที่คุณพ่ออิสมาแอลเป็นคนหลงใหลฟุตบอล เคยเป็นโค้ชระดับเยาวชนให้กับสโมสรดาลบี้ จีไอเอฟ และเคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกบอร์ดบริหารของลุนด์ส บีเค ที่เอเลียสเคยค้าแข้งด้วย เขาเติบโตภายใต้ประเทศที่ใช้ระบบรัฐสวัสดิการที่ทุกชุมชนมีสนามฝึกซ้อม ทุกกีฬาได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ ไม่แปลกที่สวีเดนซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรกว่า 10 ล้านคนจะเป็นขาประจำในฟุตบอลโลก และเป็นทีมแกร่งในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลยุโรป ทำให้ระยะเวลา 6 ปีในประเทศไทย เอเลียสมองเห็นความแตกต่างของวงการฟุตบอลไทยกับสวีเดนที่เขาเติบโตขึ้น
.
“ผมมองว่าปัญหาของฟุตบอลไทย คือโอกาสที่ไม่เท่าเทียมกัน ถ้าคุณอยู่ในเมืองเล็ก ๆ แบบผม ที่ประเทศไทยคุณแทบไม่มีโอกาสได้เข้าสู่การเรียนฟุตบอลที่ดีเลย อคาเดมี่ฟุตบอลก็มีน้อย จำนวนหนึ่งผูกติดโรงเรียนชื่อดัง ทำให้โอกาสมีจำกัด ถ้าคุณเข้าไปได้ก็ดี แต่ถ้าเข้าไม่ได้ล่ะ เรื่องนี้แตกต่างกับที่สวีเดนมาก” เอเลียสให้สัมภาษณ์เว็บไซต์ Main Stand เอาไว้
.
นอกจากขาดโอกาสในการฝึกสอนฟุตบอลที่ดีแล้ว เอเลียสมองว่าเด็กไทยยังขาดพื้นที่สาธารณะที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้สนุกกับการเล่นกีฬา โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป เพื่อสร้างฝันและสร้างความรักในการเล่นกีฬาที่จะผูกอยู่กับตัวเด็กจวบจนเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่
.
“ที่สวีเดน ถ้าคุณเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็ก คุณจะผูกพัน โตขึ้นคุณอยากเป็นนักฟุตบอล ถ้าคุณไม่ได้เป็นนักฟุตบอล คุณอาจไปเป็นโค้ช เป็นกรรมการ หรืออย่างน้อยที่สุด คุณก็ได้เป็นแฟนบอล เพราะฉะนั้น มันสำคัญมากกับการสร้างรากฐานฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็ก
.
“ผมเชื่อว่าสุดท้าย เด็กไทยต้องการพื้นที่ที่จะเล่นฟุตบอล รวมถึงกีฬาอื่น ๆ ด้วย คุณต้องไม่ลืมว่าที่สวีเดนไม่ได้สนับสนุนแค่ฟุตบอล แต่เราสนับสนุนทุกกีฬาอย่างเท่าเทียม แต่ที่เมืองไทย กีฬาอื่นไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าไรนักเท่าที่ผมรู้มา
.
“ผมมองว่าวงการฟุตบอลไทย กำลังลืมเรื่องการสร้างจากพื้นฐาน สร้างทีมท้องถิ่นให้กับเยาวชนได้มีโอกาสเล่นฟุตบอล”
จากมุมมองต่อฟุตบอลไทยของเอเลียส ดอเลาะ และชีวิตที่ดิ้นรนจนมีวันนี้ของศุภชัย ใจเด็ด สะท้อนว่าปัจจัยที่จะเอื้อปลุกปั้นความฝันให้เยาวชนมีไม่มากเพียงพอ ด้วยเหตุผลดังกล่าวจำเป็นที่ทุกภาคส่วนของคนชายแดนใต้ต้องช่วยกัน ซึ่งปัจจุบันเยาวชนให้ความสำคัญด้านกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอล และเยาวชนมุสลิมจังหวัดภาคใต้ก็เช่นกันดังนั้น โรงเรียนต่างๆ ที่ชายแดนใต้พยายามนำกีฬากับศาสนามาเชื่อมต่อกัน
หลายโรงเรียนของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เช่น โรงเรียนศิริธรรมวิทยามูลนิธิ จังหวัดนราธิวาส โรงเรียนคัมภีร์วิทยา ที่จังหวัดยะลา โรงเรียนพีระยานาวินคลองหินวิทยา จังหวัดปัตตานี โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลาได้พยายามทำเช่นนี้โดยวางระบบครบวงจร คล้ายกับอเคเดมีฟุตบอลไทยตั้งแต่สนาม การคัดผู้เล่น การเข้าค่ายฝึกซ้อม เช้าเย็น ทุกวัน มีการจ้างผู้ฝึกสอนเป็นรุ่นๆ ตั้งแต่ 12 -14-16และ18 ปี
สำหรับโรงเรียนพีระยานาวินคลองหินวิทยา จังหวัดปัตตานี หรือปอเนาะบาโงจืองา ภายใต้การนำ ดร.อัสมี อาบูบากา ผู้บริหารโรงเรียนและยังรั้งตำแหน่งประธานเครือข่ายพัฒนาฟุตบอลโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานีและจังหวัดภาคใต้ IFC ได้สะท้อน
“ฟุตบอลและศาสนา..แนวคิดและการปรับกระบวนทัศน์ใหม่ของการพัฒนาเยาวชนชายแดนใต้”
————————
- วันที่ฟุตบอลสามาถเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตตามแบบฉบับอิสลามได้ -
แรกเริ่มเดิมทีหากย้อนกลับไปยุคสมัยก่อน การที่จะมีเยาวชนมุสลิมลูกหนังจาก 5 จังหวัดภาคใต้ ติดทีมโรงเรียนกีฬา หรือ สโมสรชั้นนำในประเทศไทยมีน้อยมากๆ
ด้วยข้อจำกัดด้านวิถีชีวิตศาสนา วัฒนธรรม ข้อจำกัดด้านแนวความคิด กังวลจะกระทบเวลาละหมาด กังวลเรื่องอาหารการกิน การปกปิดเอารัต รวมถึงการใช้ชีวิต ทำให้แทบไม่มีเยาวชนลูกหนังมุสลิมจาก 5 จังหวัดภาคใต้ โลดแล่นในวงการฟุตบอลไทยเลย โอกาสแทบไม่มี
จนวันนี้ปัญหาเหล่านี้ได้ถูกแก้ไขอย่างเป็นระบบมีแบบแผน ประตูแห่งโอกาสได้เปิดกว้างมากขึ้น
การก่อตั้งขึ้นของ IFC เพียงแค่สองปีเริ่มเห็นเป็นรูปธรรม วันนี้ทั่วทั้ง 5 จังหวัด, 105 ทีม, 10,000 ผู้เล่นที่ขึ้นทะเบียนกับ IFC กำลังโลดแล่นในสนามฟุตบอลพร้อมกับใช้ชีวิตในแนวทางศาสนาอิสลามอย่างไม่เป็นปัญหา
เป็นการปฏิวัติวงการฟุตบอลเยาวชนในบ้านเรา แต่ละโรงเรียนยกระดับอย่างเป็นแบบแผน มีแผนการเรียนโปรแกรมกีฬา มีอคาเดมี่ ที่มีการสอนอย่างถูกหลักและเป็นระบบพร้อมส่งต่อ Excellent Academy เพื่อผลักดันสู่ มหาวิทยาลัยดี ๆ และ สโมสรอาชีพ
IFC Champions League (ครั้งที่2) พึ่งผ่านไปไม่กี่วันแม้แชมป์คือหน้าเก่า โรงเรียนพีระยานาวินคลองหิน รักษาแชมป์ไว้ได้อีก 1 สมัย หากมองทะลุในภาพรวมการแข่งขันปีนี้ทุกทีมเตรียมความพร้อมและยกระดับตัวเองอย่างมาก การเล่นเหย้า-เยือน ทำให้โปรยการพัฒนากระจายไปทุกจังหวัดที่ได้เป็นเจ้าบ้าน การจัดการแข่งขัน การประชาสัมพันธ์มีเดีย รวมถึงกรรมการ ก็ได้รับประสบการณ์ดีๆ ที่จะยกระดับตัวเองต่อไปในปีหน้า นี่คือรายการ Major ไปแล้วเห็นจัดอย่างยิ่งใหญ่ เตะเหย้า-เยือน ขอแจ้งให้ทราบตรงนี้ว่า แชมป์ไม่มีมีเงินรางวัลแต่อย่างใด !!
ปัญหาต่างๆใดถูกแก้ไข โอกาสเปิดกว้าง วันนี้ฟุตบอลปอเนาะสามารถต่อกรกับทีมลูกหนังขาสั้นชั้นนำได้แล้ว พิสูจน์โดยหนึ่งในทีมสมาชิกของสหพันธ์ อย่างโรงเรียนพีระยานาวินคลองหินวิทยา ที่ไปคว้าเหรียญทองแดง 'กระบี่เกมส์' ทั้งรายการแวดล้อมไปด้วยโรงเรียนกีฬาและอคาเดมี่ชั้นนำ เราเล่นได้ สู้ได้ ไม่ห่างชั้น
และในอีกมุมนึงในขณะที่มีการแข่งขัน ก็มีนักเตะไปสอบสัมภาษณ์มหาวิทยาลัย บางคนก็ขึ้นคัดเอาท์แสดงความยินดีต่างๆ ที่ติดมหาวิทยาลัยชั้นนำ ทั้งๆที่กำลังแข่งขันฟุตบอลจุดนี้ทำให้เห็นชัดว่าวันนี้ ฟุตบอลตามแบบฉบับอิสลาม เป็นไปได้และมีอนาคต!การก่อตั้งขึ้นของสหพันธ์ฟุตบอลโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาภาคใต้ จัดตั้งขึ้นแบบไม่แสวงผลกำไร อยู่ได้ด้วยฟันเฟืองภายใน ที่ทุ่มแรงกาย แรงใจ แรงเงิน ในการขับเคลื่อนปีนี้ยิ่งใหญ่ มอบรางวัลสุดเซอร์ไพรซ์ คือการ มอบโอกาสไปประกอบพิธีอุมเราะห์ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยมีนักเตะที่ขึ้นทะเบียนได้รับโควต้าครบทุกจังหวัดกระจายมากกว่า 10 โรงเรียน การไปอุมเราะห์ครั้งนี้ก็หิ้วรองเท้าฟุตบอลไปด้วย เราจะมีเกมส์ International Friendly Match ที่เมือง Medina กับทีมอคาเดมี่ของสโมสรใน Saudi Pro League เราจะพาไปทัวร์สนามและชมเกมส์การแข่งขันฟุตบอลลีกซาอุดี้
วันนี้ต้องขอซูโกร(ขอบคุณ)ต่ออัลลอฮ พระผู้เป็นเจ้า ที่ประทานความง่ายดาย ประทานริสกี และความบารอกัตต่างๆ ที่ส่งผลให้ IFC มีโครงการดี ๆ แบบวันนี้ ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ประธานรัฐสภาอาเยาะห์นอร์ ท่าน รมว.ทวี ท่านวรวีย์ ที่เข้าใจและสนับสนุนแนวคิดของเรา”