สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืน อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประชุมเพื่อรับรองมาตรฐานการประเมินต้นไม้เพื่อขายคาร์บอนเครดิตแบบมีส่วนร่วม(CARBON CREDIT)

สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืน อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประชุมเพื่อรับรองมาตรฐานการประเมินต้นไม้เพื่อขายคาร์บอนเครดิตแบบมีส่วนร่วม(CARBON CREDIT)

 วันที่ 9พฤศจิกายน 2566 ที่ห้องประชุมไกรลาส ที่ว่าการอำเภอเบตง จังหวัดยะลา นายภาณุอุทัยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วย นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง ประธาน และผู้แทนสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนอำเภอเบตง จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และ จังหวัดปัตตานี ร่วมประชุมหารือการรับรองมาตรฐานการประเมินมูลค่าต้นไม้เพื่อขายคาร์บอนเครดิตแบบมีส่วนร่วม TCB - SDGsPGS (ธนาคารต้นไม้คาร์บอนเครดิต) ระดับจังหวัดยะลา ครั้งที่ 1 โดยมี พร้อมด้วย สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนอำเภอเบตง จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และ จังหวัดปัตตานี และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมประชุม

นายภานุ อุทัยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า นายภาณุอุทัยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) คือ หน่วยที่แสดงถึงความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยต้นไม้ในป่าเขตร้อน 1 ต้น กักเก็บคาร์บอนได้เฉลี่ย 23 กิโลกรัมต่อปี ดังนั้นยิ่งชุมชนมีพื้นที่ป่ามาก ยิ่งสามารถขายคาร์บอนเครดิตให้กับหน่วยงานหรือบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องการนำคาร์บอนเครดิตไปชดเชยกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขององค์กรที่เกินเป้าหมายได้ ซึ่งคาร์บอนเครดิต คือคุณค่าของการกักเก็บคาร์บอนไว้ในต้นไม้คล้าย ๆ กับการฝากธนาคาร เมื่อต้นไม้เติบโตขึ้นก็สามารถเอาคาร์บอนเครดิตมาขายได้ 

นายภานุ กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจประเมินผลจากผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรม จังหวัดละ 10 คน จะต้องเป็นระดับมาตรฐาน สำหรับข้อมูลทางวิชาการเราต้องทำให้เกินดีกว่าขาด แต่สำหรับการประเมินต้นไม้ต้องทำให้ขาดดีกว่าเกิน อีกทั้งสวนที่ได้รับประโยชน์ในวันนี้หรือต่อไป จะต้องทำให้เป็นสวนอินทรีย์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการพัฒนาผลผลิต พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยตรงนี้เราต้องทำให้ได้

ด้าน ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ ประธานคณะกรรมการบริหารสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืน กล่าวอีกว่า สำหรับใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ได้มีการรับรองมาตรฐานแล้วคือ จังหวัดยะลา มีจำนวนต้นไม้ที่เข้ารับรองมาตรฐานการประเมินต้นไม้เพื่อขายคาร์บอนเครดิตแบบมีส่วนร่วม ทั้งสิ้น 5,160 ต้น จากเกษตรกรทั้งหมด 14 ราย ปริมาตร(ลบ.ม.) 5,310,66 ปริมาตรคาร์บอนกิโลตันเท่ากับ 1,593,197.86 ค่าคาร์บอนพื้นฐาน(ตัน) 637,279.14 ค่าคาร์บอนเครดิตรวม 2,559,825 บาท

จังหวัดนราธิวาส มีจำนวนต้นไม้ที่เข้ารับรองมาตรฐานการประเมินต้นไม้เพื่อขายคาร์บอนเครดิตแบบมีส่วนร่วม ทั้งสิ้น 636 ต้น จากเกษตรกรทั้งหมด 4 ราย ปริมาตร(ลบ.ม.) 805.78 ปริมาตรคาร์บอนกิโลตันเท่ากับ 241,734.10 ค่าคาร์บอนพื้นฐาน(ตัน) 96,693.64 ค่าคาร์บอนเครดิตรวม 397,903 บาท

จังหวัดปัตตานี มีจำนวนต้นไม้ที่เข้ารับรองมาตรฐานการประเมินต้นไม้เพื่อขายคาร์บอนเครดิตแบบมีส่วนร่วม ทั้งสิ้น 384 ต้น จากเกษตรกรทั้งหมด 6 ราย ปริมาตร(ลบ.ม.) 322.77 ปริมาตรคาร์บอนกิโลตันเท่ากับ 99,832.48 ค่าคาร์บอนพื้นฐาน(ตัน) 39,932.99 ค่าคาร์บอนเครดิตรวม 173,062 บาท

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการรับรองและทำกระบวนการตรงนี้เสร็จ ก็จะได้ทำสัญญาในกลไกการทำงานสมาพันธ์ในระดับประเทศกับผู้ซื้อในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 ก็จะมีการส่งมอบให้ผู้ที่จะซื้อส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบอีกครั้งเป็นรายแปลง รายสวน โดยแต่ละต้นต้องมี ลองจิจูด   ละติจูด  และเก็บข้อมูลอย่างละเอียดใส่ฐานข้อมูล ถ้าตรวจสอบข้อมูลแล้วทุกอย่างถูกต้อง ทางบริษัทก็จะทำสัญญากับการเกษตรกรเป็นรายแปลงและพร้อมที่จะจ่ายเงินให้กับเกษตรกรทันที

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผู้ว่านราฯ รองมทภ.4 ประชาชนเปิดงานสัมผัสแสงแห่งแรก ตากใบ ประเทศไทย ศักราชปี 69

แจงความคืบหน้าเหตุคนร้ายก่อเหตุปล้นร้านทองกลางห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กองทัพไทย รักษาอธิปไตย สู้เขมรรุกราน พร้อมสนับสนุนนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร คงดำรงตำแหน่งต่อไป ผรท.ย้ำชัด นายกแพทองธาร มีความจริงใจแก้ปัญหาไฟใต้