แม่ทัพภาค 4 กำชับหน่วยงานความมั่นคงดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด รัดกุม รอบคอบ ยึดหลักความยุติธรรม ยืนยันการลงประชามติเพื่อแยกตัวเป็นเอกราช ไม่สามารถกระทำได้
มทภ.4 กำชับหน่วยงานความมั่นคงดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด รัดกุม รอบคอบ ยึดหลักความยุติธรรม ยืนยันการลงประชามติเพื่อแยกตัวเป็นเอกราช ไม่สามารถกระทำได้
วันนี้ ( 13 มิถุนายน 2566 ) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธารการประชุมพิจารณาดำเนินการต่อการจัดกิจกรรมเปิดตัวขบวนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 2 พร้อมด้วย พลตรี ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 /รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า , พลตรี ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า , พลตรี ฐาปนันท์ อรุณโชติ ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 4 ,รองเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 ภาค 9 ,ผู้แทน กองกำลังตำรวจตระเวนชายแดน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกันประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าแนวทางการดำเนินการต่อการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับกรณีขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ จัดปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การกำหนดอนาคตตนเอง” เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา จนเป็นที่สนใจในสังคมโซเชียลอย่างกว้างขวาง โดยภายในงานได้มีการจัดพิมพ์บัตร เพื่อลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชออกจากประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย
โดย พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เปิดเผยหลังการประชุมฯ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตรวจสอบทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเปิดประชุมสัมมนาฯ และเชื่อมโยงถึงใครแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมทั้งสอบถามเจ้าหน้าที่ทางกฎหมายทุกส่วนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในวันนี้ มีความคิดเห็นตรงกันว่ามีแนวโน้มจะเบี่ยงเบนต่อการทำผิดกฎหมาย พร้อมกำชับและมอบหมายให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการหาพยานหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างรัดกุม รอบคอบ และตรงไปตรงมา พร้อมย้ำว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมให้ความเป็นธรรม ถูกต้อง ยึดหลักของความยุติธรรม ขอเรียนพี่น้องประชาชนในพื้นที่และในประเทศไทยได้รับทราบว่าส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ และยึดกฎกติกาของบ้านเมืองเป็นสำคัญ ยืนยัน พร้อมดำเนินการตามกฏหมายอย่างรัดกุมที่สุด
ที้งนี้จากการตรวจสอบพบว่ากรณีดังกล่าวมีแนวโน้มเบี่ยงเบนต่อการทำผิดกฎหมายเพราะข้อมูลค่อนข้างที่จะสุ่มเสี่ยงทำผิด ในเรื่องมาตราที่ 1 ได้ระบุว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดละอ่อน กระทบทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอฝากพี่น้องประชาชนช่วยทำความเข้าใจด้วยเหตุและผล ยึดกฎกติกาของบ้านเมือง แนะนำบุตรหลานของท่าน ว่าการลงประชามติเพื่อแยกตัวเป็นเอกราช ไม่สามารถกระทำได้ เพราะเป็นการละเมิดกฎหมายและบูรณภาพแห่งดินแดน และเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งรัฐ ที่สำคัญเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนทุกส่วนด้วยดีมาเสมอ