เศรษฐกิจชายแดนภาคใต้คึกคัก:เลือกตั้งบวกเดือนรอมฎอน
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
Shukur2003@yahoo.co.uk
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสนฑูตมุฮัมมัดและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
เศรษฐกิจชายแดนภาคใต้คึกคักเป็นพิเศษเมื่อเดือนรอมฎอนมาถึงในช่วงปี่กลองการเลือกตั้งดังพอดี
#
ตลาดนัดรอมฎอนหนุนเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้
ช่วงเดือนรอมฎอน หรือถือศีลอด ปีนี้นั้นเริ่มตั้งแต่ 23 มีนาคม 2566 ถึง 22 เมษายน 2566 มุสลิมจะงดเว้นจากการบริโภค การละเมิดกฎกติกามารยาทและการปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำนับตั้งแต่แสงรุ่งอรุณจนถึงดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า(เวลากลางวัน)" อยู่ในประมาณ เวลา 04.40 น.- 18.30 น. ดังนั้นมุสลิมจะเตรียมหาอาหารอันหลากหลายเพื่อรับประทานในช่วงค่ำ จึงส่งผลให้
บรรยากาศบริเวณตลาดนัดช่วงเดือนรอมฎอนทุกพื้น ทุกชุมชนมุสลิม คึกคัก ไม่เพียง ประชาชนชาวมุสลิมที่ถือศีลอดแต่จะมี ทั้งชาวไทยพุทธและคนไทยเชื้อสายจีนหรือแม้กระทั่งชาวต่างชาติที่มาอาศัยในเมืองใหญ่ ต่างเดินทางออกมาจับจ่ายซื้อของเพื่อจัดเตรียมเป็นอาหารละศีลอดในช่วงเย็น ไม่ว่าอาหารคาวหวาน นำ้ผลไม้ประเภทต่างๆ
ไม่เพียงตลาดนัดรอมฎอนช่วงเย็นเท่านั้นยังตลาดนัดช่วงที่มีอยู่เดิมก็ยังคงคึกคักเหมือนเดิมหรืออาจจะมากกว่า เช่นที่ตลาดเช้าที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ดั่งที่ผู้เดินตลาดท่านหนึ่งกล่าวว่า “วันนี้ วันที่4 ของเดือนรอมฎอนตลาดเช้าสายบุรียังคงคึกคัก แม่ค้าแม่ขายออกมาขายของผู้ซื้อออกมาซื้อยังขับคั่งมีของทะเลสด และอาหารท้องถิ่น”
หนุนเสริมให้เศรษฐกิจชายแดนภาคใต้คึกคักเป็นพิเศษ
#
นำ้ใจต่างศาสนิกต่อรอมฎอนที่ชายแดนภาคใต้
ผู้เขียนต้องขอบคุณพี่น้องชาวพุทธที่เคยทำงานด้วยกันในกลุ่มศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสันติภาพชายแดนภาคใต้ทำกิจกรรมมอบอาหารเพื่อชุมชนมุสลิมได้ละศีลอด ภายใต้การนำของภิกษุณีอารามเกาะยอ จังหวัดสงขลา
โดยท่านสะท้อนว่า “หยดน้ำ..ทำงานเสมอ…เดินทางมาปัตตานีต้องได้มาพบกับมิตรทุกท่านที่นี่ ขอบคุณมาเรียมและเพื่อน ที่ร่วมเดินทางไปยะลาด้วยกัน และโครงการหยดน้ำในทะเลได้ส่งมอบข้าวสารและผลอินทผาลัม เพื่อส่งความห่วงใยไปยังมิตรที่ปัตตานีในช่วงการถือบวชของพี่น้องมุสสลิม”
#
การเลือกตั้งจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจชายแดนภาคใต้คึกคักแต่ควรระมัดระวังผิดทั้งกฎหมายและหลักการอิสลามลดคุณค่ารอมฎอน
18-19 มีนาคม 2566 ผู้เขียนได้นั่งร่วมถอดบทเรียน กับตัวแทนภาคประชาสังคมชายแดนภาคใต้ประมาณ 40 คน ณ คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สรุปตรงกันว่า “กระแสกับกระสุน: ปัจจัยกำหนดคะแนนชาวบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรณรงค์หาเสียงครั้งนี้จะตรงกับช่วงรอมฎอนมุสลิมถือศีลอดบรรดานักการเมือง หัวคะแนนก็จะใช้ทุกกลยุทธ์หวังให้ประชาชนเทคะแนนให้ เรียกได้ว่าการเลือกตั้งจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจชายแดนภาคใต้”
สำหรับกระแสสองประเภทหลักนั้นคือ กระแสพรรคการเมือง กับ กระแสบุคคล ซึ่งแน่นอนที่สุดทุกพรรคต้องนำเสนอนโยบายเชิงประจักษ์คือ กระบวนการสันติภาพ แก้วิกฤตไฟใต้และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งคนในพื้นที่เรียกว่าสันติภาพกินได้ เช่นยกเลิกกฎหมายพิเศษ ปฏิรูปกองทัพ เลือกตั้งเลขาธิการศอ.บต. ฮับฮาลาลโลก ทั้งนี้ พื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่ มีผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้ามากมายที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ซึ่งมีศักยภาพเป็น
ฮับฮาลาลโลกเพื่อสร้าง สันติภาพกินได้ในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งแต่ละพรรคต้องลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่อย่างน้อยทุกอำเภอที่ศาลากลาง หรือสนามฟุตบอประจำอำเภอ เพื่อสร้างกระแส อธิบายนโยบายพรรคแต่ในช่วงเดือนรอมฎอนก็ไม่ควรอย่างยิ่งแกนคนไปฟังปราศรัยโดยเฉพาะช่วงเย็นใกล้ในเวลาใกล้ละศีลอด อย่างไรก็แล้วแต่มีแนวโน้มที่ผู้สมัครแต่ละคนแต่ละพรรคจะลงไปตามมัสยิด หรือชุมชนต่างๆที่เขาจะจัดงานละศีลอดร่วมซึ่งจะมีผู้นำศาสนา ตัวแทนผู้นำจากหลากภาคส่วนและประชาชนหลายพันหรืออาจถึงหมื่นร่วมกิจกรรม อย่างไรก็แล้ว ผู้สมัครจะต้องละมัดระวัง ก็บริจาคสมทบทุนเพื่อละศีลอด เพราะอาจผิดกฎหมาย กฎระเบียบกกต.
(อ้างอิงจาก https://workpointtoday.com/politics-ele27092565/) ที่สำคัญสุดผิดหลักการอิสลามและจะส่งผลต่อผลบุญคุณค่าของการถือศีลอดที่ได้วางกฎกติกามารยาทก่อนหน้านี้และต้องไม่ใช้ศาสนาหาเสียงเพราะจะยิ่งสร้างความแตกแยกในชุมชนในทางกลับผู้นำศาสนาและสำนักจุฬาราชมนตรีควรเริ่มรณรงค์ ห้ามนักการเมืองและประชาชนซื้อสิทธิ์ขายเสียงแม้บางคนจะพยายามเลี่ยงบาลี ด้วยวาทกรรม ต่างๆ ในช่วงนี้ ไม่ว่า ฮิบะห์ ศอดาเกาะห์ และฮาดียะห์ มันก็เข้าข่ายริซวะห์(สินบน)ตามหลักกฎหมายอิสลาม ซึ่งขอย้ำอีกครั้งว่า “ผิดทั้งกฎหมายและหลักการอิสลามโดยเฉพาะช่วงเดือนรอมฎอนอันมีเกียรติอันทรงคุณค่าจะมาเสียเพราะการเมือง”